เบาหวานลงไต: 5 ค่าเลือดที่คนไข้ต้องดูให้เป็นเพื่อยืดอายุไตให้ไม่ต้องฟอก

{ “content”: ”

สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน การดูแลสุขภาพไตถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เพราะภาวะ เบาหวานลงไต หรือโรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Nephropathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง จนอาจต้องเข้ารับการฟอกไตในที่สุด

ข่าวดีคือ หากเราเข้าใจและเฝ้าระวังตัวเลขสำคัญบางอย่างจากการตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ เราจะสามารถชะลอความเสื่อมของไต และยืดอายุไตให้ไม่ต้องฟอกได้ บทความนี้จะเผย 5 ค่าเลือดที่คนไข้เบาหวานต้องดูให้เป็น เพื่อเป็นเกราะป้องกันและรักษาสุขภาพไตของคุณให้แข็งแรงที่สุด

ทำไมคนเป็นเบาหวานจึงเสี่ยงภาวะไตวาย?

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง เส้นเลือดฝอยเล็กๆ ในไตที่ทำหน้าที่กรองของเสียจะเกิดความเสียหาย ทำให้ไตทำงานหนักขึ้นและเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถกรองของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลรักษา ไตก็จะวายลงในที่สุด การทราบค่าเลือดเบาหวานที่สำคัญจึงเป็นการดูแลตัวเองเชิงรุกที่ช่วยปกป้องไตของคุณได้

ผู้ป่วยเบาหวานกำลังดูผลตรวจเลือดเพื่อเช็คสุขภาพไต

5 ค่าเลือดที่คนไข้เบาหวานต้องดูให้เป็นเพื่อยืดอายุไต

การทำความเข้าใจค่าเหล่านี้จะช่วยให้คุณและแพทย์สามารถวางแผนการรักษาและดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

1. HbA1c (ฮีโมโกลบิน A1C): ตัวชี้วัดน้ำตาลสะสม

  • คืออะไร: เป็นค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
  • ทำไมต้องดู: การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันและชะลอการเกิดภาวะ เบาหวานลงไต หาก HbA1c สูงอย่างต่อเนื่อง ไตก็จะเสื่อมเร็วขึ้น
  • ค่าเป้าหมาย: โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 7% (หรือตามที่แพทย์แนะนำเป็นรายบุคคล)

2. Creatinine (ครีอะตินีน): สารของเสียในเลือด

  • คืออะไร: เป็นของเสียที่เกิดจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อ และจะถูกกรองออกโดยไต
  • ทำไมต้องดู: หากไตทำงานผิดปกติ จะไม่สามารถกรองครีอะตินีนออกได้หมด ทำให้ค่าครีอะตินีนในเลือดสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าไตเริ่มมีปัญหา
  • ค่าเป้าหมาย: โดยทั่วไปผู้ชายไม่ควรเกิน 1.3 mg/dL และผู้หญิงไม่ควรเกิน 1.1 mg/dL (อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับมวลกล้ามเนื้อและห้องปฏิบัติการ)

3. eGFR (estimated Glomerular Filtration Rate): อัตราการกรองของไต

  • คืออะไร: เป็นค่าที่คำนวณจากระดับครีอะตินีน อายุ เพศ และเชื้อชาติ เพื่อประเมินว่าไตของคุณทำงานกรองเลือดได้ดีแค่ไหน
  • ทำไมต้องดู: เป็นตัวเลขที่บอก “ระยะของโรคไต” ได้แม่นยำที่สุด ยิ่งค่า eGFR ต่ำลงเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่าไตทำงานได้น้อยลงเท่านั้น การติดตามค่านี้จะช่วยให้ทราบความก้าวหน้าของโรคไตจากเบาหวาน
  • ค่าเป้าหมาย: ปกติคือ 90 mL/min/1.73m² ขึ้นไป หากต่ำกว่า 60 mL/min/1.73m² ถือว่าเริ่มมีภาวะไตวายเรื้อรัง

4. BUN (Blood Urea Nitrogen): ไนโตรเจนยูเรียในเลือด

  • คืออะไร: เป็นของเสียอีกชนิดที่เกิดจากการเผาผลาญโปรตีน และถูกขับออกทางไตเช่นเดียวกับครีอะตินีน
  • ทำไมต้องดู: ค่า BUN ที่สูงขึ้นร่วมกับครีอะตินีนสูง มักเป็นสัญญาณของภาวะไตทำงานผิดปกติ การติดตามค่านี้ช่วยเสริมข้อมูลการประเมินสุขภาพไต
  • ค่าเป้าหมาย: โดยทั่วไป 7-20 mg/dL

5. Potassium (โพแทสเซียม): เกลือแร่สำคัญที่ไตควบคุม

  • คืออะไร: โพแทสเซียมเป็นเกลือแร่สำคัญที่ช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและกล้ามเนื้อ ไตมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของโพแทสเซียมในร่างกาย
  • ทำไมต้องดู: เมื่อไตทำงานได้ไม่ดี ความสามารถในการขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกจะลดลง ทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงขึ้น (Hyperkalemia) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • ค่าเป้าหมาย: โดยทั่วไป 3.5-5.0 mEq/L

สรุปและคำแนะนำเพื่อยืดอายุไตให้ไม่ต้องฟอก

การเข้าใจ 5 ค่าเลือด เหล่านี้เป็นเหมือนเข็มทิศนำทางให้ผู้ป่วย เบาหวาน สามารถดูแลสุขภาพไตได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที การตรวจไตเบาหวานอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต ไขมัน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการหลีกเลี่ยงยาที่ส่งผลต่อไต ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการยืดอายุไตของคุณ

อย่ารอจนกว่าจะมีอาการ ให้หมั่นปรึกษาแพทย์และนักโภชนาการเพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพไตที่เหมาะสมกับคุณที่สุด เพราะความรู้และความใส่ใจในวันนี้ คือเกราะป้องกันการฟอกไตในวันหน้า

” }

Scroll to Top