ในฐานะผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก คุณอาจเคยสับสนระหว่างโรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็กเล็กสองโรค นั่นคือ เฮอร์แปงไจน่า และ โรคมือ เท้า ปาก ทั้งสองโรคนี้มักมาพร้อมกับอาการไข้และแผลในช่องปากที่ทำให้เด็กรู้สึกไม่สบายและงอแงได้ง่าย ด้วยอาการที่คล้ายคลึงกัน ทำให้หลายคนกังวลและไม่แน่ใจว่าจะแยกแยะอย่างไร บทความนี้จะเจาะลึกถึงความแตกต่างที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง ตำแหน่งของแผล ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการวินิจฉัยและดูแลบุตรหลานได้อย่างถูกต้อง
เฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) คืออะไร?
เฮอร์แปงไจน่า เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส โดยเฉพาะไวรัสคอกซากี (Coxsackievirus) ซึ่งมักพบระบาดในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี อาการหลักของโรคนี้คือ
- ไข้สูงฉับพลัน บางรายอาจสูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส
- เจ็บคอมาก โดยเฉพาะเวลากลืน
- แผลในช่องปาก ซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญ
สำหรับ เฮอร์แปงไจน่า แผลในช่องปากจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก ซึ่งต่อมาจะแตกออกเป็นแผลตื้นๆ สีเทาหรือขาว และมีขอบแดง โดยมีตำแหน่งเฉพาะเจาะจงที่แตกต่างจากโรคมือ เท้า ปาก
โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD) คืออะไร?
โรคมือ เท้า ปาก เป็นอีกโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัสเช่นกัน โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อยคือ Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 (EV71) โรคนี้ก็มักระบาดในเด็กเล็กและมีอาการที่คุ้นเคยกันดีคือ
- ไข้ มักไม่สูงเท่าเฮอร์แปงไจน่า
- เจ็บคอ หรือปวดในช่องปาก
- แผลในช่องปาก คล้ายกับเฮอร์แปงไจน่า แต่ตำแหน่งต่างกัน
- ผื่นหรือตุ่มน้ำใส บริเวณมือ เท้า และก้นกบ
นี่คือจุดที่ โรคมือ เท้า ปาก มีความแตกต่างอย่างชัดเจน คือมีผื่นและตุ่มน้ำปรากฏนอกช่องปากด้วย

จุดต่างสำคัญ: ตำแหน่งแผลและลักษณะผื่น บอกความต่างของ “เฮอร์แปงไจน่า” และ “มือ เท้า ปาก”
แม้จะมีอาการไข้และแผลในปากเหมือนกัน แต่การสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้คุณ แยกโรคเฮอร์แปงไจน่าออกจากมือเท้าปาก ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
แผลในช่องปาก: ตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุด
- สำหรับ เฮอร์แปงไจน่า: แผลมักจะอยู่บริเวณ คอหอยส่วนหลัง (ด้านหลังช่องคอ), เพดานอ่อน, ลิ้นไก่ และ ต่อมทอนซิล ซึ่งเป็นส่วนหลังของช่องปาก ทำให้เด็กมักมีอาการเจ็บคอมากเมื่อกลืนอาหาร
- สำหรับ โรคมือ เท้า ปาก: แผลในช่องปากมักพบบริเวณ ด้านหน้าของปาก เช่น กระพุ้งแก้ม, เหงือก, ลิ้น และ เพดานแข็ง ซึ่งเป็นส่วนหน้าของช่องปาก
ผื่นและตุ่มที่ผิวหนัง
- เฮอร์แปงไจน่า: โดยทั่วไป ไม่มีผื่นหรือตุ่มน้ำที่ผิวหนังภายนอกร่างกาย
- โรคมือ เท้า ปาก: จะมี ผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใส ขนาดเล็ก (2-5 มิลลิเมตร) ปรากฏขึ้นที่ ฝ่ามือ, ฝ่าเท้า, ก้นกบ และบางครั้งอาจพบที่ข้อศอกหรือหัวเข่าด้วย ตุ่มเหล่านี้มักไม่คัน
อาการไข้และอื่นๆ
- เฮอร์แปงไจน่า: มักมี ไข้สูงเฉียบพลัน และอาการเจ็บคอที่รุนแรงกว่า
- โรคมือ เท้า ปาก: ไข้มักไม่สูงเท่าเฮอร์แปงไจน่า และอาจมีอาการอื่นๆ เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย
เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์?
แม้ว่าทั้งสองโรคส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ก็มีบางกรณีที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะหากมีอาการเหล่านี้:
- ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส และไม่ลดลงหลังจากให้ยาลดไข้
- เด็กมีอาการซึม ไม่ร่าเริง อ่อนเพลียผิดปกติ
- ไม่ยอมกินอาหารหรือดื่มน้ำเลย เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
- มีอาการปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง หรืออาเจียนพุ่ง
- มีอาการชัก
- ในเด็กทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน
การดูแลเบื้องต้นที่บ้าน
หากอาการไม่รุนแรง คุณสามารถดูแลบุตรหลานเบื้องต้นที่บ้านได้
- ให้ยาลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
- ให้เด็กดื่มน้ำสะอาด นม หรือน้ำผลไม้ที่ไม่เปรี้ยวจัดบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- จัดหาอาหารอ่อนๆ รสไม่จัด ไม่ร้อนหรือเย็นจัด เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป หรือไอศกรีม เพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก
- ให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ
- แยกเด็กป่วยออกจากเด็กคนอื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
สรุป
การเข้าใจ วิธีแยก เฮอร์แปงไจน่า ออกจาก มือ เท้า ปาก นั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณสังเกต ตำแหน่งแผลในปาก และ การมีอยู่ของผื่นภายนอก เป็นหลัก เฮอร์แปงไจน่า เน้นแผลด้านหลังคอและไม่มีผื่น ในขณะที่ มือ เท้า ปาก มีแผลด้านหน้าของปากและมีผื่นที่มือ เท้า ก้นเสมอ การสังเกตอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณดูแลลูกได้อย่างถูกวิธี อย่างไรก็ตาม หากไม่แน่ใจหรืออาการของบุตรหลานดูรุนแรงขึ้น อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยที่คุณรัก

